| 1.วิศวกรรมระบบประสาทและการสร้างภาพทางการแพทย์ |
| |
หัวหน้าสาขาวิจัย: รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ |
| |
อีเมล์: yodchanan.won[AT]mahidol.ac.th |
รายละเอียด: เข้าใจธรรมชาติและวิธีการวัดสัญญาณทางชีวการแพทย์ เช่น EEG EMG และ ECG รวมทั้งภาพที่ใช้ในทางการแพทย์ เช่น MRI,fMRI, and CT คิดค้นและศึกษาทฤษฎีการประมวลสัญญาณและภาพที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยาและการแพทย์ ประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านการประมวลสัญญาณและภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการวินิจฉัยโรค และการปรับปรุงการสร้างเครื่องมือทางการแพทย์ |
| |
 |
| 2. ระบบนำส่งยาและวิศวกรรมเนื้อเยื่อ |
| |
หัวหน้าสาขาวิจัย: รศ.ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา |
| |
อีเมล์: norased.nas[AT]mahidol.ac.th |
รายละเอียด: สาขางานวิจัยนี้ประกอบด้วย 2 หัวข้อสำคัญ คือ วิศวกรรมเนื้อเยื่อและระบบนำส่งยา วิศวกรรมเนื้อเยื่อเกี่ยวข้องกับการเตรียมโครงสร้างสแคลฟโฟลด์ (Scaffold) เพื่อการประยุกต์ทางวิศวกรรมเนื้อเยื่อ ปัจจุบันงานวิจัยจะเน้นการปรับปรุงเส้นใยไหมเพื่อใช้เป็นชีววัสดุ ตัวอย่างการศึกษา ได้แก่ (1) เคมีพื้นผิวของชีววัสดุ (2) การศึกษาผิวหน้าของเนื้อเยื่อทางชีวภาพ และ (3) กลไกการยึดติดของเซลชนิดต่างๆ บนพื้นผิวของสารต่างๆ สำหรับงานวิจัยด้านระบบนำส่งยา มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาระบบนำส่งยาบนพื้นฐานของการใช้โพลิเมอร์ซึ่งการนำส่งยาดังกล่าวจะทำให้การนำส่งยารักษาโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โพลิเมอร์ที่ใช้ในระบบนำส่งยานั้น เป็นสารชนิดที่เข้ากันได้ทางชีววิทยาและย่อยสลายทางชีววิทยา ระบบนำส่งยาอาจจะมีการเตรียมในขนาด มิลลิเมตร นาโนเมตรและระดับโมเลกุล โดยงานประยุกต์ ได้แก่ การพัฒนาสร้างระบบส่งยาแบบฝังในเนื้องอก การพัฒนาสารย่อยแม่เหล็กระดับนาโนเพื่อการตรวจวัดวินิจฉัยใน MRI และการสร้างยาต้านมะเร็งในขนาดต่างๆ
|
| |
 |
| 3. การประมวลผลชั้นสูงในการแพทย์ |
| |
หัวหน้าสาขาวิจัย: รศ.ดร.ปัณรสี ฤทธิประวัติ |
| |
อีเมล์: panrasee.rit[AT]mahidol.ac.th |
รายละเอียด: สาขางานวิจัยนี้มุ่งมั่นที่จะดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาและการประยุกต์เทคโนโลยีการประมวลผลชั้นสูงเพื่องานทางการแพทย์ เช่น การพัฒนาระบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของสรีรวิทยาของมนุษย์ การแสดงผลภาพและการประมวลผลภาพทางการแพทย์ การจัดการการประมวลผลแบบคลาวด์ทางการแพทย์ (Medical Cloud Computing) และโทรเวช เป็นต้น ทั้งนี้ตัวอยางของานวิจัยในสาขาวิจ้ยนี้ ได้แก่ การพัฒนาระบบแยกแยะวัตถุจากภาพทางการแพทย์ และการแสดงผลภาพ |
| |
 |
| 4. วิศวกรรมฟื้นฟูและอวัยวะประดิษฐ์ |
| |
หัวหน้าสาขาวิจัย: ผศ.ดร.พรภพ นัยเนตร |
| |
อีเมล์: phornphop.nai[AT]mahidol.ac.th |
รายละเอียด: วิศวกรรมการฟื้นฟูและอวัยวะประดิษฐ์ เป็นสายงานวิจัยเฉพาะทางที่กำลังเติบโตในสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรฟื้นฟูขยายขีดความสามารถและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสทางกายภาพและการรับรู้ สาขางานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับอวัยวะเทียม การออกแบบเทคโนโลยีเสริม เพื่อพัฒนาระบบเคลื่อนที่หรือเสริมการสื่อสารของผู้ด้อยโอกาส สำหรับอวัยวะประดิษฐ์ใช้ความรู้หลากหลายสาขาทั้งทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อปรับปรุงคุณภาพของชีวิติและการรักษา ซึ่งรวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับวัสดุ การทำงานทางชีวภาพและการถ่ายทอดเชิงเคมีของตัวกลางทางชีวภาพและสารประดิษฐ์ รวมถึงวัสดุแผ่นบาง เป็นต้น ความก้าวหน้าทางชีวกลศาสตร์ นำไปสู่การพัฒนาหัวใจประดิษฐ์และลิ้นหัวใจ การเปลี่ยนข้อเทียมและการเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นของการทำงานในระบบหัวใจ ปอดและอวัยวะอื่นๆ |
| |
 |
| 5.หุ่นยนต์ทางการแพทย์ |
| |
หัวหน้าสาขาวิจัย: รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ |
| |
อีเมล์: jackrit.sut[AT]mahidol.ac.th |
รายละเอียด:สาขางานวิจัยนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ หุ่นยนต์เน้นทางการแพทย์และศัลยกรรมบูรณาการคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้มีเนื้อหาที่สอดคล้องกันใน 2 ส่วนนี้ ซึ่งศัลยกรรมบูรณาการคอมพิวเตอร์ (Computer-Integrated Surgery – CIS) เป็นที่รู้จักในหลายชื่อ เช่น ศัลยกรรมเสริมคอมพิวเตอร์ (Computer-Aided Surgery) และคอมพิวเตอร์ช่วยการผ่าตัด (Computer-Assisted Surgery) เป็นต้น CIS เป็นศาสตร์แบบพหุสาขาวิชา (multi-disciplinary) ซึ่งอยู่บนรากฐานของเทคโนโลยีทันสมัยในการแพทย์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบสร้างภาพทางการแพทย์ชั้นสูง ทั้งนี้ CIS สามารถแบ่งย่อยตามขั้นตอนการทำงานได้แก่ 1) ขั้นตอนก่อนการผ่าตัด (Pre-Operation) 2) ขั้นตอนระหว่างการผ่าตัด (Intra-Operation) และ 3) ขั้นตอนหลังการผ่าตัด (Post-Operation) โดยที่ขั้นตอนก่อนการผัดใน CIS ได้แก่ การฝึกการผ่าตัด การขยายผลของภาพทางการแพทย์ การวางแผนการผ่าตัด และการเลือกอุปกรณ์การผ่าตัด บนพื้นฐานของระบบประมวลผลหรือขั้นตอนการทำงาน เป็นต้น ดังนั้นในขั้นตอนนี้เปรียบได้กับการออกแบบเสริมคอมพิวเตอร์ (Computer-Aided Design – CAD) ในขั้นตอนเชิงวิศวกรรม สำหรับขั้นตอนระหว่างการผ่าตัด ใน CIS จะหมายรวมถึง การลงมือผ่าตัด การติดตามอุปกรณ์ผ่าตัดในเวลาจริง การลงทะเบียนเครื่องมือและภาพทางการแพทย์ระหว่างการผ่าตัด ระบบนำทางการผ่าตัด หุ่นยนต์เสริมการผ่าตัด เทคนิคการซ้อนภาพการผ่าตัดบนคนไข้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนระหว่างการผ่าตัดนี้ เป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนยากลำบากที่สุด เนื่องจากระบบต้องมีความยืดหยุ่น สามารถปรับค่าเปลี่ยนแปลงได้ และสามารถทำซ้ำได้ ตามลักษณะที่เกิดขึ้นตามจริง ทั้งนี้ขั้นตอนนี้สามารถเปรียบได้กับ การผลิตเสริมคอมพิวเตอร์ (Computer-Aided Manufacturing – CAM) ในการทำงานเชิงวิศวกรรม สำหรับขั้นตอนหลังการผ่าตัด ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบผลลัพธ์ของการผ่าตัดเพื่อให้ทราบถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปตามความตั้งใจหรือไม่ ทั้งนี้เปรียบได้กับ การจัดการการควบคุมคุณภาพ (Total Quality Management – TQM) ในการทำงานเชิงวิศวกรรม สำหรับหุ่นยนต์ทางการแพทย์สามารถจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของศัลยกรรมบูรณาการคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งจะมีการประยุกต์ทางการแพทย์ในรูปแบบต่างๆ |
| |
 |
| 6.ไบโอเซนเซอร์
|
| |
หัวหน้าสาขาวิจัย: ผศ.ดร. จำรัส พร้อมมาศ |
|
อีเมล์: chamras.pro[AT]mahidol.ac.th |
รายละเอียด:ไบโอเซนเซอร์ (Biosensor) คือ อุปกรณ์ตรวจวัดทางชีวภาพที่สามารถตรวจวิเคราะห์สารตัวอย่างได้หลากหลายชนิดอย่างจำเพาะเจาะจง ความจำเพาะเจาะจงของไบโอเซนเซอร์เป็นผลมาจากการทำปฏิกิริยาอย่างจำเพาะเจาะจงระหว่างตัวถูกวิเคราะห์กับไบโอรีเซฟเตอร์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านเคมีกายภาพ (physiochemical) ทำให้ไบโอเซนเซอร์สามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้ในหลายด้าน อาทิเช่น การแพทย์ อุตสาหกรรม การทหารและสิ่งแวดล้อม |